No More Heroes 1 เกมแอ็กชันหลุดโลกเลือดสาดบน Nintendo Switch เป็นผลงานสร้างจากคุณ Goichi Suda ผู้สร้างที่ทำเกมสุดแนวมาแล้วหลายเกมไม่ว่าจะเป็น Killer 7 และอีกเพียบ และในปี 2021 จะมีการสร้างภาคต่อ No More Heroes 3 บน Nintendo Switch ออกมาทำให้การกลับมาขายใหม่ของสองภาคแรกเหมือนเป็นการแนะนำตัวให้ผู้ที่ยังไม่เคยเล่นได้สัมผัสกัน โดยในรีวิวนี้จะเป็นการรีวิวสองภาคเลย แต่ตัวเกมบน e-shop จะมีการแยกขายไม่ได้มัดรวม

No More Heroes 1 เปิดตำนานนักฆ่าสุดแนว

เราจะได้รับบทเป็น Travis Touchdown ตัวเอกที่มีบุคลิกเหมือนกับ Deadpool ที่มีลีลากวน ๆ และชอบคุยกับคนเล่นด้วย เรื่องราวในเกมก็เรียบง่ายที่เราจะต้องออกไปไล่ล่าจัดการฆ่าเป้าหมายตามภารกิจในเมือง และมีความเป็นหลุดโลกเหนือจริง ดังนั้นไม่ต้องไปคิดเรื่องความสมจริงอะไร เพราะมันโอเวอร์หลุดโลกอยู่แล้ว และขอเตือนไว้ก่อนว่าแม้จะเป็นเกมที่ออกบนคอนโซลของนินเทนโด แต่เกมมีความรุนแรงสูงระดับสุดโหด เรียกว่ามีการใช้ดาบตัดหัวขาดตัวขาดเลือดสาดกระจาย ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับเด็กที่จะเล่นแน่นอน

กราฟิกสุดแนวที่ยังไม่เชย แต่เพลงประกอบเรียบไปหน่อย

ต้นฉบับของเกม No More Heroes ออกบนคอนโซล Wii ในปี 2007 แน่นอนว่ากราฟิกไม่ได้เป็น HD แต่บน Nintendo Switch มีการปรับภาพให้คมชัดขึ้น ทำให้มันไม่ได้เชยมากและของเดิมมันนำเสนอด้วยกราฟิกแบบเซลเฉดเหมือนกับการ์ตูนที่มีงานออกแบบแหวกแนวทำให้มันไม่เชยแม้จะขาดรายละเอียดอย่างมาก เหมือนเกมสมัย PS2 ที่ย้อนยุคไปไกลแต่ก็พอรับได้หากคิดว่ามันคือเกม พอร์ตลงไม่ใช่เกมใหม่ แต่ที่น่าผิดหวังเล็ก ๆ คือเพลงประกอบที่แม้จะมีเพลงติดหูอยู่ 1 เพลงแต่ก็ใช้วนไปวนมาซ้ำ ๆ ไปหน่อย แถมเพลงอื่นก็กลับไม่มีอะไรโดดเด่นและกลืนไปกับเกมเพลย์จนหมด

รูปแบบการเล่นแอ็กชันจัดเต็ม

No More Heroes นำเสนอในรูปแบบแอ็กชันเต็มสูบที่ตัวเอก Travis Touchdown จะใช้ดาบเลเซอร์เป็นอาวุธ ทำให้มันคล้ายกับเกมดังอย่าง Devil May Cry ที่เราต้องใช้ดาบฟันและหลบหลีกการโจมตี เพียงแต่ความซับซ้อนของ No More Heroes จะมีน้อยกว่า เพราะฉากในเกมไม่มีอะไรมากแทบจะเป็นเส้นตรง แม้จะมีรูปแบบการเล่นนอกเหนือจากแอ็กชันให้ทำบ้างแต่ก็ไม่มากมาย ทำให้เกมดูเชยไปหน่อย และฉากในเกมเป็นแบบ 3D ปรับมุมกล้องได้ที่แม้จะมีฉากไม่ได้กว้างแต่ก็ยังพบเจอกับปัญหามุมกล้องที่หลายครั้งเราจะมองไม่เห็นตัวละครของเราจนโดนศัตรูอัดแบบไม่รู้ตัว

การโจมตีในเกมแบบเรียบง่ายมีโจมตีหนัก โจมตีเบา และการใช้การเตะรวมทั้งมีจับทุ่มแบบมวยปล้ำ ที่ผู้เล่นกดท่าผสานเป็นคอมโบได้อย่างง่ายดาย และยังมีการป้องกันด้วยการใช้ดาบเลเซอร์ปัดกระสุนและการหลบหลีกที่เรียบง่ายหากคุณเคยเล่นเกมแอ็กชันแนวนี้มาตลอดก็จะเล่นได้ทันที แต่ดาบเลเซอร์มีพลังงานจำกัดต้องเขย่าเพื่อชาร์จไฟตลอด และบน Wii จะใช้การสะบัดจอย Wii Mote เพื่อเล่น ส่วนบน Nintendo Switch จะเลือกได้ว่าจะใช้การเล่นด้วยจอยเกมปรกติ หรือถอดเอา Joy-con มาเล่นแบบต้นฉบับบน Wii ก็ย่อมได้ด้วยเช่นกัน